สมัครUFABET, UFABET, ยูฟ่าเบท, เว็บUFABET, สมัครแทงบอลUFABET, แทงบอลออนไลน์, แทงบอลเงินสด, สูตรแทงบอล
Football Sport News

เหตุใด “ลูกากู” ร่างแมนฯ ยูไนเต็ด ถึงต่างกับร่างเบลเยี่ยมโดยสิ้นเชิง ??

​ในฤดูกาลนี้ ดาวยิงร่างใหญ่เล่นได้อย่างฝืดเคืองเหลือเกินกับแมนฯ ยูไนเต็ด แต่กับทีมชาติเบลเยี่ยม ลูกากูยังคงผลิตสกอร์ได้อยู่เรื่อยๆ แล้วเหตุใด ‘บิ๊กรอม’ ถึงทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจเลยในโรงละครแห่งความฝัน เรามีคำตอบให้ทุกคน

สถิติ 68 ประตู จากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 141 นัด ให้กับทีมที่อยู่ในโซนกลางตารางอย่างเอฟเวอร์ตัน ก็พอจะเป็นข้อพิสูจน์ได้แล้วว่า โรเมลู ลูกากู คือกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งในลีกสูงสุดแดนผู้ดี

สถิติดังกล่าว ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งตอนนั้นมีกองหน้าตัวหลักอย่างซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เริ่มโรยราเพียงคนเดียว ตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาลถึง 70 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวดาวยิงทีมชาติเบลเยี่ยมรายนี้มาร่วมทีม ในปี 2017

ซึ่งในฤดูกาลแรก แม้ ‘บิ๊กรอม’ จะถูกวิจารณ์เรื่องของฝีเท้าอยู่เรื่อยๆ ว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่เหมาะกับทีมใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด แต่เจ้าตัวก็มีสถิติในการทำประตูที่ดีทีเดียว เมื่อเขาทำได้ถึง 27 ประตู จากการลงเล่นให้ยอดทีมจากแมนเชสเตอร์ไป 51 นัดในทุกรายการ

จนมาในฟุตบอลโลก 2018 ลูกากูก็สามารถทำผลงานได้ดีกับทีมชาติเบลเยี่ยม จากการทำไป 4 ประตู และเขาก็ช่วยให้ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันที่รัสเซียมาครองได้ ซึ่งแฟนบอลของเรด เดวิลส์ เอง ก็คงดีใจไม่น้อย และพวกเขาก็คาดหวังว่า สตาร์วัย 26 ปี จะกลับมาระเบิดฟอร์มสุดยอดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าลูกากูยิ่งเล่นยิ่งแย่ลง ในฤดูกาลนี้เขาโชว์ฟอร์มไม่ออก จนถึงกับโดนโจเซ่ มูรินโญ่ ดรอปออกจากทีมในบางเกม ต่างกับการเล่นให้ทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งเจ้าตัวยังคงทำประตูได้อยู่เรื่อยๆ และนั่นก็ทำให้หลายๆ คนสงสัยว่า ทำไมอดีตกองหน้าของเชลซีรายนี้ ถึงทำผลงานได้ไม่ดีเลยกับแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ยังคงผลิตสกอร์ได้อยู่เรื่อยๆ กับเบลเยี่ยม เราจะพาทุกคนไปหาสาเหตุในเรื่องนี้


สไตล์การเล่นของทีม

หนึ่งในจุดที่น่าจะทำให้ลูกากู ไม่สามารถโชว์ฟอร์มออกมาได้กับแมนฯ ยูไนเต็ด นั่นก็คือสไตล์การเล่นของทีม

โจเซ่ มูรินโญ่ นั้นเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมามากมาย แต่เขามีสไตล์การคุมทีมที่ในแบบตีหัวเข้าบ้าน กุนซือชาวโปรตุกีสให้ความสำคัญกับระบบการเล่นที่เน้นผลการแข่งขัน มากกว่าที่จะเน้นการเปิดเกมรุกเพื่อเอนเตอร์เทนแฟนบอล

ฉะนั้นแล้วการเล่นแบบนี้ก็ยิ่งทำให้โอกาสยิงของทีมน้อยไปด้วย โดยในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างโอกาสจบสกอร์ในลีกได้เพียง 169 ครั้ง น้อยกว่าทีมอย่างเซาธ์แฮมป์ตัน, วูล์ฟสฯ หรือเอฟเวอร์ตันเสียอีก ส่วนตัวลูกากูเองก็มีโอกาสทำประตูเฉลี่ย 1.8 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ สำหรับตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของทีม

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่า มูรินโญ่จะชอบใช้งานกองหน้าให้เป็นตัวพักบอลด้วย เขามักจะให้นักเตะมิดฟิลด์หรือกองหลังโยนบอลไปให้กองหน้าเก็บ ก่อนจะเล่นเกมรุกต่อไป ซึ่งมันเคยได้ผลดีมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการคุมทีมเชลซี ที่มีดิดิเยร์ ดร็อกบา, อินเตอร์ มิลาน ที่มีดีเอโก้ มิลิโต้ และเรอัล มาดริด ที่มี คาริม เบนเซม่า และกอนซาโล่ อิกวาอิน ซึ่งบรรดากองหน้าที่กล่าวมานี้เป็นนักเตะที่มีความสามารถในการเก็บบอลได้ดี

ทว่ากับลูกากู แม้เขาจะเป็นกองหน้าร่างใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เชี่ยวชาญในการเก็บบอลไว้กับตัวเองเสียเลย ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเพราะการมีสัมผัสบอลแรกที่ไม่ดีนัก และการเล่นลูกกลางอากาศของเจ้าตัวก็ไม่ดีเอาเสียเลย โดยดาวยิงทีมชาติเบลเยี่ยมมีสถิติชนะการดวลลูกกลางอากาศในพรีเมียร์ลีกแค่เพียง 48% ในฤดูกาลที่แล้วซึ่งถือว่าน้อยพอสมควรกับนักเตะที่มีส่วนสูงถึง 190 เซนติเมตร

ส่วนการเล่นกับทีมชาติเบลเยี่ยม ดูเหมือนลูกากูจะมีโอกาสในการทำประตูมากกว่าพอสมควร ด้วยสไตล์การทำทีมให้เล่นเกมรุก และเน้นการต่อบอลบนพื้นของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ลูกากูทำไปถึง 4 ประตู จากการลงเล่น 2 นัด ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก และมีโอกาสได้ง้างเท้ายิงถึง 5.5 ครั้งต่อเกม ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ลูกากูซึ่งเล่นในตำแหน่งกองหน้า จะทำผลงานกับทีมที่เน้นการเล่นเกมรุก ได้มากกว่าทีมที่เล่นเพื่อเน้นผลการแข่งขัน


เพื่อนร่วมทีม

ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากสไตล์การเล่นที่ดูจะไม่เอื้ออำนวยต่อการเล่นของลูกากูแล้ว บรรดาตัวสร้างสรรค์เกมรุกที่ยืนอยู่ข้างหลังของเขาก็ดูจะไม่มีประสิทธิภาพเอาเสียเลย

จริงอยู่ที่ปอล ป็อกบา ถือเป็นมิดฟิลด์ที่มีฝีเท้าอยู่ในระดับเวิลด์คลาส แต่เขาก็ไม่สามารถทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอนัก ในขณะที่อเล็กซิส ซานเชส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลินการ์ด ก็ไม่ได้มีผลงานที่ดีนัก ขณะที่อองโตนี่ มาร์กซิยาล แม้จะทำผลงานได้ดี แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้โดดเด่นนักในเรื่องการสร้างโอกาสให้เพื่อน

ขณะที่การเล่นกับเบลเยี่ยม ลูกากูมีตัวสนับสนุนชั้นยอดอย่างเอเดน อาซาร์, เควิน เด บรอยน์, อักเซล วิตเซล หรือยานนิค คาร์ราสโก้ ที่พร้อมจะช่วยฉีกแนวรับคู่แข่งด้วยการลากเลื้อย การจ่ายบอลที่แม่นยำ ที่พร้อมจะสร้างสรรค์โอกาสให้ลูกากูได้ง้างเท้าทำสกอร์อยู่ตลอดเวลา


ความมั่นใจที่หดหาย

ยามรับใช้ทีมชาติเบลเยี่ยม ลูกากูมีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมมาก โดยในปี 2018 ลูกากูทำประตูให้ทีมชาติเบลเยี่ยมไปแล้ว 14 ประตู จากการลงเล่น 14 เกมซึ่งถือเป็นสถิติที่สุดยอดมากๆ

แต่กับแมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ที่ลูกากูทำประตูได้ในเกมชนะวัตฟอร์ด 2-1 เมื่อเดือนกันยายน เขาก็ไม่สามารถยิงได้อีกเลย และหากนับถึงตอนนี้ กองหน้าวัย 25 ปี ก็ยิงให้ทัพปีศาจแดงไม่ได้นานถึง 11 เกม หรือ 933 นาทีเข้าไปแล้ว อีกทั้งค่าเฉลี่ยการได้โอกาสยิงประตูต่อเกมที่น้อยนิด (1.8 ครั้งต่อเกม) ก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวมีโอกาสที่จะเรียกความมั่นใจด้วยการยิงประตูน้อยลงไปอีก มันชัดเจนเลยว่า ตอนนี้ กองหน้าเบอร์ 9 ของแมนฯ ยูไนเต็ด กำลังขาดความมั่นใจ และภาษากายของหัวหอกร่างใหญ่ในเกมล่าสุดกับคริสตัล พาเลซ ก็บอกเราอย่างนั้นเช่นกัน

และการทำงานกับโจเซ่ มูรินโญ่ ก็ไม่ได้ช่วยให้เขามีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม เพราะกุนซือโปรตุกีสนั้นมักจะตำหนิลูกทีมออกสื่ออยู่เสมอ ซึ่งนั่นไม่ส่งผลดีต่อนักเตะในทีมเลย และนั่นก็รวมถึงลูกากูด้วย อีกทั้งเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลต่ออดีตดาวยิงเวสต์บรอมก็ยังมีมาเรื่อยๆ แม้ในยามที่เจ้าตัวทำประตูได้ ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าสัมผัสบอลแรกไม่ดีบ้าง ตัวใหญ่เสียเปล่าแต่แย่งโหม่งไม่เคยได้บ้าง และการถูกตำหนิเรื่องการหาตำแหน่งในเกมรุก

อย่างไรก็ตาม กุนซือสเปเชี่ยล วัน ก็ยังคงเชื่อมั่นในความสามารถของดาวยิงรายนี้อยู่ หลังออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเห็นด้วยที่เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ดีนัก ไม่ใช่แค่การที่เขาทำประตูไม่ได้ แต่มันรวมถึงเรื่องของความมั่นใจ การเคลื่อนที่ การสัมผัสบอล เขาไม่สามารถเชื่อมต่อกับทีมได้เลย แต่เขาเป็นกองหน้าของเรา เขาเป็นกองหน้าที่ดี และเราก็เชื่อในตัวเขา”


ฟอร์มของทีม

อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของลูกากูกับแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่โดดเด่นเหมือนตอนเล่นให้เบลเยี่ยม ก็คือเรื่องฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีม เห็นได้จากฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอยู่ในอันดับ 7 ของลีก หลังผ่านไป 13 เกม ต่างจากฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งทัพปีศาจแดงอยู่ในอันดับ 2 หลังผ่านไป 13 เกม และพวกเขาแพ้ไปเพียง 2 นัดเท่านั้น ต่างจากตอนนี้ที่แพ้ไปแล้ว 4 เกม และลูกากูก็ทำประตูในลีกไปถึง 8 ลูก ต่างจากฤดูกาลนี้ที่ทำไปเพียง 4 ลูกเท่านั้น

ส่วนการเล่นกับทีมชาติเบลเยี่ยม ลูกากูนั้นได้ลงสนามร่วมกับบรรดาแข้งฟอร์มดีอย่างอาซาร์, วิตเซล, เมอร์เทนส์ และอีกหลายๆ คน รวมถึงก่อนหน้านี้พวกเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก จึงไม่แปลกนักที่นักเตะจะยังคงทำผลงานได้ดี และเมื่อฟอร์มการเล่นของทีมเป็นไปได้ด้วยดี ลูกากูเองก็พลอยทำผลงานได้ดีไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาล 2018/19 เพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงครึ่งฤดูกาล ทำให้ลูกากูยังมีเวลาเรียกฟอร์มกลับแมนฯ ยูไนเต็ด อีกพอสมควร และสถิติการพังประตูถล่มทลายกับทีมชาติเบลเยี่ยม และในสมัยที่เล่นให้กับเอฟเวอร์ตัน ก็ไม่ใช่เรื่องฟลุคแต่อย่างใด ฉะนั้นแล้ว เราคิดว่าลูกากูอาจจะแค่อยู่ในช่วงที่ฟอร์มตกกับแมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้น และอีกไม่นาน เขาก็อาจจะกลับมาเป็นลูกากูคนเดียวกับที่เล่นให้ทีมชาติเบลเยี่ยม

Powered by UFABET


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *